“ท่องเที่ยวไปกับยิปซี”ทริปนี้เราจะพาทุกคนบินลัดฟ้าไปประเทศญี่ปุ่น
ประเทศในฝันของใครหลายๆคน เป็นเวลาทั้งหมด 10 วัน
ซี่งเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้จะถูกเล่า ทั้งหมด 2 บล็อก
เพื่อให้ผู้อ่านได้ติดตามได้ง่ายทั้งสองบล็อกนี้จะเป็นเรื่องเล่าต่อเนื่องจนครบทั้งหมด
10 วัน เพื่อให้ผู้อ่านได้สัมผัสการไปท่องเที่ยวที่ครบถ้วน
เริ่มต้นเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อไปยังประเทศญี่ปุ่น
ลงไฟลท์แรกที่ สนามบิน Hong Kong International Airport และต่อเครื่องที่สนามบินนาริตะ
ที่ประเทศญี่ปุ่น
เมื่อเท้าสองข้างฉันได้แตะลงที่ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ทำการเช่ารถยนต์เพื่อขับท่องเที่ยวกันเองมุ่งหน้าไปที่เมืองมินามิอุโอนุมะตำบลยุซาวะ ทันทีที่ไปถึงสถานที่แรกคือ GALA Yuzawa snow resort รีสอร์ทสกีชื่อดัง สิ่งแรกที่พบเห็นและว้าวมากๆเลยคือ ภาพบรรยากาศหนาวเย็นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะล้อมรอบ ลมเย็นที่พัดมากับหิมะ บริเวณรอบ ๆ รีสอร์ท มีร้านค้าให้เช่าอุปกรณ์สกีและสโนว์บอร์ดอย่างครบครันทำให้ การเริ่มต้นของสองวันแรกสนุกสนานมากๆ ซึ่งที่นี่เหมาะสำหรับคนที่ชอบกิจกรรมผจญภัยและยังมีกิจกรรมหลากหลายให้ลอง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสกีเบื้องต้น หรือสโนว์บอร์ดสำหรับมือใหม่ และถ้าไม่อยากเล่นก็สามารถนั่งกระเช้าชมวิวหิมะได้ ฉันได้นั่งกระเช้าขึ้นไปเล่นสกีบนยอดเขาสูงและสิ่งที่ฉันได้สัมผัสระหว่างที่นั่งกระเช้าฉันสามารถมองเห็นเทือกเขานีงาตะปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนทอดยาวสุดลูกหูลูกตาภายใต้บรรยากาศที่หนาวเย็นและกลิ่นอายของงหิมะที่สดชื่นชุ่มฉ่ำเต็มปอดเป็นประสบการณ์เล่นสกีหิมะครั้งแรกของฉันที่สนุกและตื่นเต้นสุดๆ
ที่ Snow Peak Land StationHakuba ซึ่งเป็นพื้นที่แคมป์และไลฟ์สไตล์กลางหิมะของแบรนด์ Snow Peak ที่รวมเอาอุปกรณ์กลางแจ้ง คาเฟ่ ร้านอาหาร และกิจกรรมสไตล์ธรรมชาติไว้ครบถ้วนสำหรับคนญี่ปุ่นที่นี่ฉันได้สัมผัสกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การนั่งชมวิวภูเขาและหิมะจากมุมสูง การเดินเล่นรอบแคมป์ และชมการจัดแสดงอุปกรณ์แคมป์ของ Snow Peak ที่ดีไซน์สวยและใช้งานง่ายอีกทั้งยังมีคาเฟ่เล็กๆและได้มองเห็นดาวและหิมะในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นวิวที่สวยงามอีกมุมหนึ่ง
หลังจากสัมผัสหิมะและบรรยากาศอบอุ่นที่ Snow Peak แล้ว ในตอนกลางคืน ฉันได้ไปร้าน Pochitako Takoyaki ร้านทาโกะยากิชื่อดัง ของเมืองฮากุบะ ที่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นต่างแนะนำเมนูเด็ดของร้านคือ ทาโกะยากิสูตรดั้งเดิม เป็นขนมลูกกลมๆ กรอบนอกนุ่มในพร้อมชิ้นปลาหมึกเต็มๆคำ โรยด้วยสาหร่ายและมายองเนสอย่างลงตัวรสชาติไม่เหมือนทาโกะยากิที่เมืองไทยแน่นอน เพราะนี่คือสูตรดั้งเดิมต้นตำรับของญี่ปุ่นที่ทุกคนที่มาท่องเที่ยวแถวนี้ต้องมาลองห้ามพลาดภายในร้านสามารถนั่งจิบเบียร์ชิลๆ ได้ด้วยแต่อาจต้องรอต่อคิวนานสักนิดนะคะ เพราะคิวยาวจริงๆ
เช้าวันที่สามของทริปฉันออกเดินทางต่อจากฮากุบะมุ่งหน้าสู่ เมืองโทนามิจังหวัดโทยามะจุดหมายของวันนี้คือไปล่องเรือที่ Shogawa Gorge ที่ Shogawamachikomai ที่โอบล้อมด้วยภูเขาและสายน้ำ บรรยากาศเงียบสงบ อากาศเย็นสดชื่นซี่งที่นี่มีการท่องเที่ยวล่องเรือเพื่อชมบรรยากาศเราได้ล่องเรือไปชมบรรยากาศ ที่มีความเงียบสงบของสายน้ำและเสียงเครื่องยนต์เรือเบาๆ ตลอดเวลาภาพวิวต้นไม้ระหว่างสองข้างทางปกคลุมไปด้วยหิมะสวยงามเหมือนภาพวาดที่เราจินตนาการแต่ความจริงแล้วมันคือภาพจริงที่เกิดขึ้นการล่องเรือท่องเที่ยวในหุบเขาแห่งนี้เป็นเหมือนเป็นการได้พักใจจากความวุ่นวาย และเมื่อเรือวนกลับมาที่ท่าทุกคนต่างประทับใจกับภาพวิวหิมะและสายน้ำที่สวยงามราวกับภาพวาดในความฝันซึ่งอยากเก็บเอากลับไปไว้ที่ประเทศไทยให้ตื่นขึ้นมาพบภาพบรรยากาศแบบนี้ทุกเช้าเลย
สถานที่ต่อมาที่ฉันได้เดินทางไปที่ เมืองนันโตเมืองนันโตหมู่บ้าน Ainokura กัสโชซึคุริกลางหิมะ เมื่อมาถึง สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ บ้านกัสโชซึคุริ เป็นบ้านญี่ปุ่นโบราณหลังคาจั่วทรงสูงชันมุงด้วยหญ้าคาด้วยภูมิปัญญาของคนญี่ปุ่น ที่สร้างหลังคาทรงนี้ขึ้นเพื่อให้หิมะไหลลงได้ง่ายในช่วงฤดูหนาว บ้านแต่ละหลังตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ มีบ้านหลายหลังบางหลังเปิดเป็นร้านค้าเล็กๆ ขายของฝากของที่ระลึก งานฝีมือพื้นบ้าน ร้านอาหาร และร้านชาเขียวร้อนๆ ซึ่งมีที่นั่งให้พักคลายความหนาวและมีมุมวิวสวยๆ อีกมากมายให้ถ่ายรูปหลังจากที่ฉันได้เดินเล่นไปตามเส้นทางเล็กๆของหมู่บ้าน ก็ได้แวะเข้าร้านชาเล็กๆที่ชาวบ้านบริการชาเขียวร้อนๆเสิร์ฟพร้อมขนมหวานโมจิอร่อยๆให้ลูกค้าได้ชิม ภายในร้านมีมุมบาร์นั่งริมหน้าต่างให้ลูกค้าได้มองเห็นหิมะกำลังตกโปรยลงมาเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนัก หลังจากที่ได้แวะชิมขนมอร่อยๆตลอดการเดินเยี่ยมชมหมู่บ้านจนกระทั่งพระอาทิตย์ใกล้ตกบรรยากาศในหมู่บ้านค่อยๆ เงียบลงละหิมะก็ยังโปรยปรายเบาๆ เป็นอีกหนึ่งวันที่แสนประทับใจของทริปญี่ปุ่นครั้งนี้
และเมื่อค่ำลง
ฉันได้เดินทางเข้าสู่ย่านในเมือง เพื่อมาปิดท้ายวันด้วยมื้อพิเศษที่ร้าน เนื้อชื่อดังTemmammachi ที่ขึ้นชื่อในเรื่องคุณภาพของเนื้อวัวและการย่างเนื้อแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม
ทันทีที่ก้าวเข้าร้านก็ได้เห็นผู้คนมากมายยืนต่อคิวกันเพื่อรอลิ้มรสมีทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ
และชาวญี่ปุ่น ซึ่งต้องอดใจรอนิดนึงเพราะใช้เวลาในการต่อคิวถึง 2 ชม.
กันเลยทีเดียว หลังจากที่ถึงคิวของฉันและได้ลองชิมแล้ว เมนูที่ขอแนะนำเลย คือ เนื้อวากิวเกรดพรีเมียมเป็นเนื้อน่องลายเมื่อนำไปย่างบนเตาร้อนๆไขมันค่อยๆละลาย
กลิ่นหอมชวนหิวลอยขึ้นมานอกจากเนื้อวากิวแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆ อาทิ ซุปลิ้นวัว
ซุปเกาหลีสไตล์ญี่ปุ่น และข้าวร้อน ๆ ที่เสิร์ฟคู่กัน
ทำให้มื้อค่ำวันนี้สมบูรณ์แบบสุดๆ
นับเป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น
10 วัน ของฉัน
ที่เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนานกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจตั้งแต่สัมผัสหิมะแรกที่
GALA Yuzawa เพลิดเพลินไปกับการเล่นสกีกับธรรมชาติใน
เมืองอิอิยามะหรือคาเฟ่สวยๆ ที่Snow Peak Land Station Hakuba ชิมทาโกะยากิร้อนๆที่ Pochitako Takoyaki ล่องเรือท่ามกลางขุนเขาหิมะที่ Shogawa
Gorge เดินช มหมู่บ้านกัสโชซึคุริที่
Ainokura ไปจนถึงมื้อค่ำสุดพิเศษที่ร้านเนื้อดัง
Temmammachi แต่การผจญภัยในญี่ปุ่นยังไม่จบเพียงเท่านี้
ใน Ep ต่อไปที่ฉันจะพาทุกคนออกเดินทางต่อสู่เมืองและสถานที่ใหม่ๆซึ่งแน่นอนว่าทุกคนจะต้องตื่นเต้นแน่นอน รอติดตามกันได้เลย
น่าสนใจจังเลยค่ะ เป็นการรีวิวที่น่าไปสุดๆ
ตอบลบบรรยากาศสวยงามมากค่ะ ต้องไปบ้างแล้ว
ตอบลบเขียนได้ดีมากเลยค่ะ
ตอบลบบรรยากาศน่าไปมากเลย ต้องเก็บตังไปเที่ยวตามบ้างแล้วค่ะ
ตอบลบต้องเก็บตังไปบ้างเเล้วค่ะ
ตอบลบเห็นวากิวแล้วหิวหมูปิ้งเลย
ตอบลบน่าติดตามเส้นทางมากค่ะ เห็นบรรยากาศแล้วฟินตามเลยค่ะ ถ้าจะหนาวน่าดู
ตอบลบเห็นหิมะและอยากนอนเกลียกเรยยยย
ตอบลบอยากเล่นหิมะ
ตอบลบอยากไปเที่ยวตามที่รีวิวเลยครับ
ตอบลบต้องเก็บเงินไปเที่ยวตามแล้วค่ะ
ตอบลบอยากไปปป
ตอบลบเห็นแล้วอยากไปเล่นสกีเลย หิมะก็ดูน่าเล่นมาก
ตอบลบ